เสียงธรรมจากห้อง “เมตตาภิรมย์กรรมฐาน”
วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569
เรื่อง เหตุเเห่งการปฏิบัติธรรมบนพระนิพพาน ๓ ประการ
โดย อาจารย์ คณานันท์ ทวีโภค
กำหนดสติในความรู้สึกตัวทั่วพร้อม กำหนดรู้ในกายเพื่อปล่อยวางร่างกาย ผ่อนคลายร่างกายกล้ามเนื้อทุกส่วน พร้อมกับความรู้สึกที่เราปลดปล่อยความเกี่ยวข้องผัสสะความรู้สึกในร่างกายขันธ์ห้า กำหนดรู้ว่ายิ่งปล่อยวางความเชื่อมโยงผูกพันในขันธ์ห้าร่างกาย จิตยิ่งง่ายในการเข้าสู่สภาวะแยกรูปนาม แยกกายแยกจิต แยกกายทิพย์ออกไปจากกายเนื้อ ผ่อนคลายปล่อยวางร่างกาย อยู่ในสภาวะที่เราปล่อยวางร่างกาย ปล่อยวางเรื่องราวต่างๆ อยู่กับสภาวะแห่งความสงบจากการปล่อยวาง ปล่อยวาง ว่าง วาง เบา สงบจากการปล่อยวาง
จากนั้นมากำหนดรู้อยู่กับลมหายใจ จินตภาพเห็นลมหายใจเป็นเหมือนกับแพรวไหม พลิ้วผ่านเข้าออกในกาย ลมหายใจเข้าเรารู้ ลมหายใจออกเรารู้ ความเบาความสบายความละเอียด ความสั้นยาวของลมหายใจเรากำหนดรู้ อยู่กับลมหายใจที่ละเอียด สงบ เบาสบาย เพื่อให้จิตของเราก้าวเข้าสู่สภาวะแห่งอุปจารสมาธิ มีลมหายใจที่เบาละเอียด สงบ นิวรณ์ห้าประการสลายตัวออกไป อารมณ์ใจมีความเบามีความสบาย ลมหายใจยิ่งละเอียดจิตของเรายิ่งสงบ เบา สบาย เข้าสู่สภาวะที่จิตสงบ อยู่กับลมหายใจสบาย
กำหนดรู้ว่าลมหายใจสบาย ก็คือ อุปจารสมาธิ สภาวะที่เกิดญาณเครื่องรู้ สภาวะที่เกิดความเป็นทิพย์ของจิต สภาวะที่สามารถใช้อภิญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมโนมยิทธิ กำหนดรู้อยู่กับลมสบาย ทรงสภาวะที่เราทำหายใจของเราสงบ เบา ละเอียด จิตเบาสบายเป็นสุข จิตเป็นหนึ่งเดียวกับลมหายใจ ลมหายใจละเอียดเบา จิตละเอียด สงบ เบา
จากนั้นยกกำลังใจของเราเข้าสู่ฌานสี่ในอานาปานสติ กำหนดจิต หยุด สงบนิ่ง หยุดเป็นเอกัคคตารมณ์ หยุดการปรุงแต่ง หยุดความคิดทั้งหลาย สงบ นิ่ง หยุด รวมจิตให้เป็นหนึ่งเดียว ทรงสภาวะที่จิตตั้งมั่นเป็นเอกัคคตารมณ์เป็นอุเบกขารมณ์ ทรงสภาวะไว้ เพื่อให้เกิดวสีในการทรงฌาน
จากนั้นจึงกำหนดจิตต่อไป ยกกำลังใจจากฌานสี่ในอานาปานสติขึ้นสู่การฝึกจิต ทรงสมถะในกสิณ เพราะกสิณนี้เป็นระบบของการปฏิบัติที่เราใช้การจินตภาพ การนึกภาพ การกำหนด การกำหนดภาพ กำหนดจิตนึกภาพดวงแก้วสว่างใส จิตจดจ่ออยู่กับภาพ ให้ภาพจำนั้นติดตาตรึงใจ ภาพที่เห็นด้วยจิตไม่ได้เห็นด้วยตา กำหนดดวงแก้วที่สว่างใสสว่างขึ้น เชื่อมโยงจิตเป็นหนึ่งเดียวกับภาพนิมิต จิตคือกสิณ กสิณคือจิต กสิณมีความใสสว่างเพียงใด จิตเราก็มีความใสสว่างเพียงนั้น
กำหนดดวงจิตให้เป็นแก้วใสสว่างขึ้น สว่างขึ้น เปล่งประกายสว่าง กำหนดรู้ ว่าเรากำลังเดินจิตเข้าสู่อุคคหนิมิตของกสิณ จากอุคคหนิมิตเรากำหนดจิตต่อไป จากดวงแก้วใสกลายเป็นดวงแก้วเจียระไนยกลายเป็นเพชรระยิบระยับแพรวพราว จิตเป็นประกายพรึก จิตเป็นเพชรแพรวพราวสว่างเปล่งประกายสว่างยิ่งขึ้นไปอีก มีกำลังสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ทั่วทั้งจักรวาลมารวมกัน
กำหนดจิตให้เปล่งประกายสว่างอย่างที่สุดใสอย่างที่สุด กำหนดทรงสภาวะที่จิตเปล่งประกายจิตประภัสสรเช่นนี้ไว้ พร้อมกับความรู้สึกว่า รัศมีที่เปล่งประกายออกไปจากจิตของเรานั้น เป็นกระแสความสว่าง เป็นรัศมีจิต เป็นคลื่นกระแสแห่งความเมตตา จิตยิ่งเปล่งประกายมีแสงสว่างออกไปมากเท่าไร จิตกำลังแผ่เมตตาคือกระแสของความสุข สงบ ร่มเย็น ความรัก ความปรารถนา ความปรารถนาดี ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทรงสภาวะที่จิตสว่างผ่องใสเป็นประกายพรึกนี้ ทรงอารมณ์ ทรงสมาบัติ ทรงอารมณ์พระกรรมฐาน จิตเป็นเพชรประกายพรึกสว่าง แสงสว่างแผ่ออกไปจากจิตของเรา เป็นคลื่นกระแสของความเมตตา สว่างไสวไปทั่วจักรวาล สว่างไสวไปทั่วสามภพภูมิ เปล่งประกายความสว่างผ่องใสนี้ ทรงสภาวะ ทรงอารมณ์ ยิ่งแผ่สว่างจิตยิ่งเป็นสุข ยิ่งสว่างยิ่งกระทบกับดวงจิตทั้งหลาย จิตทั้งหลายพลอยมีรอยยิ้มพลอยมีแสงสว่าง จิตเรายิ่งมีความสุขยิ่งขึ้นไป สว่างยิ่งขึ้นไป แสงสว่างที่แผ่คือแสงสว่างแห่งบุญกุศลยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งแผ่ออกจิตยิ่งมีกำลังขึ้น ยิ่งจิตเปล่งประกายมากเท่าไร กำลังบุญก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น เป็นผลอานิสงส์จากการเจริญในฌานสมาบัติ บุญอันเกิดขึ้นจากสมาธิจากฌานจากเมตตาฌาน บุญอันเกิดขึ้นจากการแผ่เมตตาพรหมวิหารสี่ ตลอดเวลาที่แผ่เมตตาแผ่แสงสว่างออกไปจากจิตและตั้งกำลังใจว่า เรากำลังแผ่เมตตาออกไป กำลังของจิตก็ไม่มีความสูญเสียแม้แต่น้อย กลับกลายเป็นว่ายิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งแผ่ออกบารมียิ่งเพิ่มพูนขึ้น แสงสว่างกำลังของบุญยิ่งเพิ่มพูนขึ้น กำลังของกุศลและจิตคือจิตที่คิดดีต่อจิตดวงอื่นทั้งหลายยิ่งเพิ่มพูนขึ้น แผ่เมตตาเปล่งประกายสว่างออกไปสามภพภูมิ จิตสว่าง ทรงสภาวะไว้ ทรงอารมณ์ที่เป็นสุขไว้ ดวงจิตมีความแช่มชื่นมีความอิ่มเอม กายทิพย์ของเรามีความผ่องใส ให้รอยยิ้มของกายทิพย์เรานั้น มีความสว่าง มีความสุข มีความเอิบอิ่ม ดุจพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์ที่มีความนิพพานเอื้อเอ็นดูเมตตาต่อสรรพสัตว์ที่ทรงมีพระมหากรุณาต่อบรรดาสรรพสัตว์ทุกดวงจิต จิตเราเอิบอิ่มแช่มชื่นในกระแสแห่งพุทธะ แช่มชื่นในกระแสแห่งเมตตาของพระมหาโพธิสัตว์ทั้งหลาย กายทิพย์ยิ่งสว่างขึ้น
กำหนดจิตอธิษฐานเห็นกายทิพย์ของเรา ตอนนี้ยังอยู่บนโลกมนุษย์ กำหนดจิตเห็นกายทิพย์ของเราขณะนี้ยืนอยู่บนดอกบัวที่บานขึ้น อธิษฐานจิตขอกายทิพย์ขออทิสมานกายเรายกขึ้นไปบนพระนิพพาน ค่อยๆลอยขึ้น สว่างขึ้น ใส กายทิพย์เราค่อยๆยกขึ้นไปบนพระนิพพาน อธิษฐานจิตขอจงปรากฏพระพุทธองค์ที่ทรงปรากฏมาแล้ว โปรดมวลหมู่เวไนยสัตว์ จำนวนมากมายหลายอสงไขย มีสมเด็จองค์ปฐมทรงเป็นประธาน ขอให้จิตของเราสัมผัสกายทิพย์อทิสมานกายของเราสัมผัสกับท่านทั้งหลายที่เข้าถึงซึ่งพระนิพพานแล้ว ทั้งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระอรหันต์ขีณาสพทุกๆพระองค์ ที่ดับขันธ์ปรินิพพานจำนวนมากมายมหาศาล ขอให้จิตของเรานั้นสัมผัสได้ถึงกระแส สัมผัสได้ถึงพระรูปพระโฉม จิตมีญาณเครื่องรู้ กำหนดรู้ในความมากมายมหาศาลของดวงจิตทุกดวงที่เข้าถึงซึ่งพระนิพพานแล้วด้วยเทอญ
กำหนดรู้อาณาขอบอาณาเขตมีขอบเขตไหม กว้างใหญ่แค่ไหน มีจำนวนดวงจิตที่ท่านเข้าถึงความเป็นพระวิสุทธิเทพบนพระนิพพานมากน้อยเพียงใด กำหนดให้จิตสัมผัส หยั่งเข้าถึงกระแสแห่งมรรคผลพระนิพพานที่ทุกท่านได้เข้าถึงแล้ว จิตที่บริสุทธิ์ จิตที่ตัดสรรพกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน ความบริสุทธิ์ของจิตมากมายเพียงใดก็ตาม กระแสที่ทุกท่านทุกๆพระองค์เข้าถึงซึ่งพระนิพพานแล้ว กระแสธรรม กระแสแห่งวิปัสสนาญาณ คือการเจริญปัญญาพิจารณาตัดกิเลส ขอให้กระแสญาณเครื่องรู้ในวิมุตติธรรมทั้งหลายจากดวงจิตทุกท่านบนพระนิพพาน ค่อยๆหลั่งไหลลงสู่จิตสู่กายพระวิสุทธิเทพของข้าพเจ้า ขอให้กระแสธรรมอันเป็นวิมุตติธรรม ธรรมใดตรงกับจริตของข้าพเจ้า ธรรมใดตรงกับวิสัยจิตของข้าพเจ้า กระแสธรรมใดที่ตรงต่อการตัดกิเลสของจิตข้าพเจ้า ขอกระแสธรรมทั้งหลายเหล่านั้น จงหลั่งไหลลงสู่จิตของข้าพเจ้า ณ บัดนี้ และข้าพเจ้าขอตั้งจิตมหาโมทนาบุญกับมรรคผลพระนิพพาน แห่งการพิจารณาธรรมของทุกท่านทุกๆพระองค์ จนทำให้จิตของท่านแต่ละพระองค์นั้นตัดกิเลสเข้าสู่ความเป็นอรหัตผล
ข้าพเจ้าขอโมทนาสาธุกับทุกดวงจิต กับทุกวาระ ทุกเหตุการณ์ ทุกข้อธรรม ทุกการพิจารณา
ข้าพเจ้าเจริญจิตอยู่บนพระนิพพาน
ข้าพเจ้าเจริญจิตอยู่ท่ามกลางมหาจักรวาลแห่งธรรม มหาจักรวาลแห่งวิมุตติธรรม จิตข้าพเจ้าฟอกย้อมหล่อหลอมอยู่กับวิมุตติธรรม อยู่กับพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ อยู่กับพระอรหันต์ทุกๆพระองค์ กระแสความรู้สึก กระแสของจิตที่ท่านทั้งหลายเข้าถึงวิมุตติธรรมแล้ว ไม่ยินดีกับโลก ไม่ยินดีกับการเวียนว่ายตายเกิด ไม่ยินดีไม่ย้อนกลับไปเกิดในสังสารวัฏอีกต่อไป
จำไว้ว่าเมื่อเราอยู่ท่ามกลางบัณฑิต คบบัณฑิต สนทนากับบัณฑิต ฟังธรรมจากบัณฑิต เราก็ย่อมเป็นบัณฑิต
หากเราคลุกคลีอยู่กับบุคคลที่เป็นคนพาล คนที่เป็นโจร คนที่คิดร้ายใจอกุศล เราคลุกคลีอยู่กับหมู่ใด จิตเราก็คล้อยตามชนหมู่นั้น
บัดนี้จิตของเราอยู่ท่ามกลางกระแสดวงจิตที่ท่านเข้าถึงความวิมุตติหลุดพ้นจำนวนมากมายมหาศาล จิตของเราก็อยู่ในกระแสกับท่าน พิจารณาดูว่าหมื่นแสนล้านดวงจิตอสงไขยจิตที่อยู่บนพระนิพพานนี้ ไม่มีจิตใดยินดีในโลก ไม่มีจิตที่หลงในโลก ไม่มีจิตที่เพลิดเพลินอยู่กับโลกอยู่กับกามคุณ มีแต่เพียงดวงจิตที่วิมุตติ ทรงไว้ในธรรม เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน ตัดสังโยชน์ทั้งสิบจนขาด จิตสะอาดบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งความรักโลภโกรธหลงทั้งปวง ไร้ซึ่งมายาอคติ ไร้ซึ่งความหลงความหวั่นไหวในโลกธรรมทั้งแปด
จิตของเราตอนนี้อยู่ในกระแสกับพระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า ขึ้นไปสูงที่สุดก็คือพระพุทธองค์ ทรงสภาวะน้อมเข้าไปอยู่ในกระแสแห่งวิมุตติธรรม ไม่หวนกลับสู่โลก ไม่เพลิดเพลินหลงในโลก
ปุถุชนทั้งหลายกลัวความตาย แต่ อริยชนล้วนแต่กลัวการเกิด
**เมื่อไรที่จิตของเรากลัวการกลับมาเกิดในสังสารวัฏ กลัวการกลับมาเกิดเป็นมนุษย์หรือภพอื่นภูมิใด เมื่อนั้นจิตของเราก็เริ่มก้าวเข้าสู่ความเป็นอริยจิต จงกลัวการเกิดมากกว่ากลัวความตาย เพราะตายเมื่อไรจิตเรามีคติที่ไปก็คือพระนิพพานเป็นที่สุด ดังนั้นพระอรหันต์ท่านจึงไม่กลัวความตายเพราะตายเมื่อไรท่านไปพระนิพพาน จิตกำหนดรู้หยั่งลงสู่มหาจักรวาลแห่งวิมุตติธรรม กระแสภาพเหตุการณ์การปฏิบัติการเจริญพระกรรมฐาน การพิจารณาธรรมของทุกท่านทุกรูปทุกนามบนพระนิพพานปรากฏขึ้นในจิต ขอให้เห็นภาพท่านที่ปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงขณะจิตที่ท่านพลิกจากจิตเดิมเข้าสู่จิตแห่งอรหัตผล ท่านพิจารณาอย่างไร เกิดสภาวธรรมอย่างไร เกิดเหตุการณ์อย่างไร ท่านพิจารณาในสถานการณ์เช่นไร ขอให้กระแสขอให้พลังงานแห่งญาณเครื่องรู้ของข้าพเจ้าได้สัมผัสได้กำหนดรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทางการพิจารณาในวิปัสสนาญาณ การพิจารณาธรรมที่ตรงกับจริตของข้าพเจ้า ขอกระแสธรรมจงหลั่งไหล ญาณเครื่องรู้จงผุดรู้ขึ้นในจิตของข้าพเจ้าด้วยเทอญ**
แต่ละคนก็อาจจะเกิดญาณเครื่องรู้ที่ต่างกัน บางคนเห็นภาพการปฏิบัติธรรมของครูบาอาจารย์สายพระป่า บางคนเห็นภาพในขณะที่หลวงพ่อฤาษีท่านพิจารณาตัดกิเลส บางคนเห็นภาพพระอรหันต์ในสมัยพุทธกาลที่ท่านบรรลุธรรม เราพิจารณาไปของเราตามไป
กำหนดพิจารณา กำหนดน้อมธรรมะที่ท่านทั้งหลายแสดงให้เรารู้เห็นด้วยญาณเครื่องรู้ของจิต ให้กระแสธรรมนั้นพิจารณาเสมอเหมือนกับว่าเราเป็นผู้พิจารณาตัดด้วยจิตของเราเองด้วย ขอให้ผลที่ท่านแสดงให้เห็น เป็นกำลังมาตัดสรรพกิเลสตัดสังโยชน์สิบในจิตของเราตามไปด้วย ประโยชน์สูงสุดของการที่เราได้มโนมยิทธิก็คือการที่เราสามารถยกจิตขึ้นมาด้วยกำลังของอภิญญาสมาบัติ ขึ้นมาบนพระนิพพานอยู่ท่ามกลางกระแสของดวงจิตที่ท่านเข้าถึงซึ่งพระนิพพานแล้ว เข้าถึงกระแสที่ท่านพิจารณาธรรม ธรรมทั้งหลายที่เป็นวิมุตติรวมอยู่ที่บนพระนิพพาน อุปมาดั่งเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ แต่เราขึ้นมาบนพระนิพพานแล้วก็เหมือนเราเข้ามาที่ห้องสมุด แต่เราได้เคยได้หยิบได้เปิดได้อ่านหนังสือที่อยู่เต็มห้องสมุดไหม หรือเข้ามาเที่ยวชมเห็นแต่ปกเห็นแต่สันของหนังสือ
ตอนนี้ที่เราฝึกที่เราปฏิบัติก็อุปมาเหมือนเราได้ใช้ปัญญาได้ใช้ประโยชน์จากอภิญญาจิตในการเปิดหนังสือแต่ละเล่ม หนังสือแต่ละเล่มก็อุปมาดังปัญญาญาณในธรรมของพระอรหันต์แต่ละพระองค์แต่ละดวงจิตที่ท่านพิจารณาธรรม เราเปิดเราก็จงฉลาดเลือกอ่าน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือช่วงขณะเวลาที่ท่านพิจารณาแล้วตัดกิเลสพลิกจิตขึ้นเป็นพระอรหันต์ เวลานั้นข้อธรรมนั้นอารมณ์จิตนั้นกำลังใจนั้น เป็นข้อมูล เป็นปัญญาญาณ ที่สำคัญที่สุด พยายามใช้อดีตังสญาณเครื่องรู้การสัมผัสจิตให้การพิจารณาที่เรารู้ขึ้นในจิตมีพลังประดุจที่แต่ละท่านแต่ละองค์แต่ละพระองค์นั้นพิจารณา พลังความเข้มข้นกำลังใจนั้นก็จะส่งผลมาตัดกิเลสในจิตเราตามไปด้วย คนที่เข้าใจและนำไปปฏิบัติตามก็จะสามารถเข้าถึงมรรคผลได้ง่ายขึ้นได้เร็วขึ้น ตัดกิเลสได้รวดเร็วขึ้น
จำไว้ว่าเราขึ้นมาบนพระนิพพานทำไม
- ข้อที่1 เพื่อให้จิตชินอยู่กับพระนิพพาน
- ข้อที่2 ให้เราอยู่ท่ามกลางกระแสแห่งโลกุตระ คือทุกท่านล้วนแต่เป็นผู้ที่สิ้นอาสวะกิเลส
- ข้อสาม ขึ้นมาเพื่อพิจารณาธรรมตัดกิเลสบนพระนิพพาน
คนที่ฝึกได้ทำได้เข้าใจ เราก็จะเข้าใจว่าสถานที่ที่สับปายะที่สุดในการปฏิบัติก็คือ ยกจิตขึ้นมาบนพรนิพพานอยู่กับพระพุทธเจ้า อยู่กับหลวงพ่อ อยู่กับครูบาอาจารย์ทุกพระองค์ อยากถามอะไร ติดขัดสิ่งใด เราสามารถที่จะกราบเรียนกราบทูลถามได้ทั้งหมด แล้วก็สามารถที่จะน้อมนำกระแสภาพเหตุการณ์การพิจารณาการบรรลุธรรมของพระทุกๆพระองค์แต่ละพระองค์ น้อมนำมาพิจารณาในจิตเรา เรียกว่าทั้งสับปายะ ทั้งเต็มพร้อมไปด้วยธรรมะอันหาประมาณไม่ได้ สถานที่ที่มีพระธรรมมากที่สุดก็คือบนพระนิพพาน
น้อมจิตพิจารณา พยายามนำแนวทางนี้มาใช้ของเราเอง แต่ละคนก็อาจจะสามารถซึมซับกระแสข้อธรรมจากครูบาอาจารย์ที่ต่างกันไป ก็เป็นไปตามจริต เป็นไปตามวิสัยของแต่ละคน
ตอนนี้ก็ให้น้อมพิจารณาธรรมต่อ พิจารณาเข้าใจว่าเหตุผลในการปฏิบัติ ผลที่พึงได้จากแนวทางการปฏิบัตินี้ กำหนดพิจารณาไป ขึ้นมาบนพระนิพพานพิจารณาธรรมแล้ว เราก็น้อมโมทนาสาธุกับทุกดวงจิตที่เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน น้อมกราบโมทนาสาธุกับบารมีทั้งสามสิบทัศของทุกท่านทุกๆพระองค์ พระพุทธองค์สมเด็จองค์ปัจจุบันได้เมตตาสงเคราะห์พิเศษมาว่า สำหรับหมู่คณะพวกเราที่ปฏิบัติ ให้ทำความเข้าใจว่า ทำไมพระอานนท์ท่านถึงได้ทูลขอพระพุทธเจ้าว่า “เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปที่ใดก็ตาม พระอานนท์ก็จะขอเสด็จ คือ ตามเสด็จตามไปด้วย เพื่อฟังข้อธรรมที่ท่านโปรดหรือว่าสอน เมื่อโปรดบุคคลใดแล้ว บุคคลนั้นเข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้า ตั้งแต่พระโสดาบันหรือว่าเข้าถึงความเป็นอรหัตผล เพราะว่าท่านจะได้บันทึกไว้ เพราะข้อธรรมนั้น คือเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้จิตจากปุถุชนเข้าถึงอริยจิต หรือแม้ว่าหากพระอานนท์ไม่ได้ตามเสด็จไป ก็ได้ทูลขอว่า ก็ขอให้พระพุทธองค์เมตตาโปรดแสดงธรรมข้อนั้น คือมาเล่าให้ฟังให้พระอานนท์ฟังทีหลัง” พระพุทธองค์พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันก็เมตตาโปรด โปรดพวกเราว่า ในเมื่อเราขึ้นมาได้ จะให้ท่านแสดงธรรมก็คือเล่าให้ฟัง เราก็ขอบารมีคือเป็นตามหลักของวิชามโนมยิทธิ ขอบารมีพระพุทธองค์ทรงสงเคราะห์ ขอได้แสดงธรรมโปรดข้าพเจ้าบนพระนิพพานนี้ด้วยเทอญ เราก็สามารถขอแบบนี้ได้ ขอไปเรื่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆทุกวัน หรือแม้แต่ขอให้พระพุทธองค์ท่านทรงสงเคราะห์ว่าขอให้แสดงภาพหรือเล่าเหตุการณ์ในขณะที่โปรดพระสาวกในอดีตชาติ ในอดีตกาล ในสมัยพุทธกาล ให้เราได้เห็นภาพ ได้รู้ข้อธรรม ได้เข้าถึงสภาวะจิต ได้เข้าถึงสภาวะอารมณ์ ท่านก็เมตตาสงเคราะห์ทั้งสองประการ ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราแต่ละคนมีความเพียรเพียงใด พระพุทธองค์ท่านทรงเมตตาอยู่แล้ว การที่มีดวงจิตที่มีความเพียรมีความขวนขวายใฝ่ในธรรมใฝ่ในมรรคผล พระพุทธองค์ท่านย่อมเมตตาเต็มกำลัง หลวงพ่อเมตตาเต็มกำลัง ทุกท่านบทพระนิพพานเมตตาเต็มกำลัง เพราะสิ่งที่เราขอเราขอเพื่อมรรคผลพระนิพพาน ดังนั้นก็ขอให้เราได้ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์
ตอนนี้ก็ให้เรากำหนดจิต น้อมจิตกราบแทบเบื้องพระบาทของสมเด็จองค์ปัจจุบัน คือสมเด็จพระสมณโคดมพระพุทธเจ้า พอกราบเสร็จเราก็น้อมจิต ขอให้ท่านสงเคราะห์ตามที่อาจารย์บอก ทั้งโปรดโดยตรงข้อธรรมที่ตรงกับวาระจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอเป็นข้อธรรมในจุดที่สามารถตัดกิเลสให้เป็นสมุจเฉทปาหาน ธรรมนั้นให้เราทำความเข้าใจ ธรรมอันเป็นข้อดับทุกข์ ในขณะที่เราถูกกระทบขณะนั้นก็เหมือนกับกองไฟย่อมที่มันเกิดขึ้นที่เราจะต้องรีบดับ เพื่อให้จิตพ้นจากความเศร้าหมอง ถอดถอนใจจากกองทุกข์ แต่ไฟที่เป็นกองใหญ่ที่สุด ถ้าเราถอดถอนหรือดับมันได้กองเดียว จุดที่เราตัดได้ มันกลายเป็นจุดที่ทำให้เราพลิกจิตเข้าสู่ความเป็นอริยจิต ดังนั้นไฟบางจุดมันเป็นไฟกองเล็กกองน้อย เราตับ เราดับไปตามวาระตามความเป็นจริง แต่ความสำคัญที่เราจะต้องดับก็คือ การพิจารณาธรรมที่ตัดรากถอนโคน ปุถุชนให้เข้าสู่อริยมรรคอริยผลให้ได้ ถ้าเรารู้จุดรู้ข้อธรรมที่มันตรงวาระจิต การบรรลุธรรมก็เร็ว ลัด ตัดตรง ง่ายกว่าการที่เราไปเสียเวลา ก็ให้เราพิจารณาเองว่าจริงหรือไม่จริง ควรหรือไม่ควร ใช่หรือไม่ใช่
น้อมจิตพิจารณาแล้วก็น้อมนำไปใช้ไปปฏิบัติ แนวทางวางให้แล้ว เราที่ปฏิบัติในกำลังของมโนมยิทธิ ใช้กายทิพย์ขึ้นมาบนพระนิพพานได้ อันที่จริงก็ถือว่ามีประโยชน์ มีข้อได้เปรียบ เป็นแต้มต่อมากกว่าคนทั่วไปมหาศาล ดังนั้นก็พยายามใช้ประโยชน์ให้ตรงให้สูงที่สุด และก็ใช้กำลังของมโนมยิทธิเพื่อมรรคผลพระนิพพานเป็นหลัก อย่าเป๋ อย่าเถลไถล อย่าไปผิดทาง อย่าไปเป็นมิจฉาทิฐิ จงใช้อภิญญาจิตเพื่อมรรคผลพระนิพพาน จงใช้อภิญญาจิตเพื่อเป็นโลกุตระอภิญญาเมื่อไรที่เราใช้ขึ้นมาบนพระนิพพานเมื่อไร เราใช้ฟังธรรมตัดกิเลสเมื่อนั้น เป็นโลกุตระอภิญญามีแต่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อม อภิญญายิ่งแก่กล้าขึ้น ปัญญายิ่งแตกฉานลึกซึ้งขึ้น บุญบารมียิ่งเพิ่มพูนขึ้น ปฏิบัติตรงในมรรคผลพระนิพพาน
สำหรับวันนี้นี้ก็ให้เราน้อมจิตน้อมกระแสบุญจากพระนิพพานทั้งหมด กระแสธรรมจากพระนิพพานทั้งหมด น้อมรวมลงเป็นกระแสของเมตตาไปยังสรรพสัตว์มวลหมู่เวไนยสัตว์ทั้งหลายในสามภพภูมิทั่วทุกสังสารวัฏ
แผ่เมตตาลงมาน้อมกระแสจากพระนิพพานลงไปยังอรูปพรหมทั้งสี่ พรหมโลกทั้งสิบหกชั้น อากาศเทวดาทั้งหกชั้น รุกขเทวดาภูมเทวดาทั้งหลาย สรรพสัตว์ที่อยู่ภพกลางคือมนุษย์ และสัตว์เดรัจฉานที่มีขันธ์ห้ากายเนื้อทั่วโลก ทั่วทุกดวงดาวทั่วอนันตจักรวาล
แผ่เมตตาต่อไปให้กับดวงวิญญาณดวงจิตที่เร่ร่อนพเนจร เป็นอุปปัตติกสัมภเวสี ดวงจิตดวงวิญญาณทั้งหลายที่หลงอยู่ในภพภูมิ ติดค้างอยู่ในภพภูมิ
แผ่เมตตาให้กับบรรดาเปรตอสูรกายทั้งหลาย
แผ่เมตตาต่อไปให้กับบรรดาสัตว์นรกทั้งหลายทุกขุม ขอสรรพสัตว์ทั้งหลายจงพ้นจากความทุกข์ เข้าถึงความสุข เข้าถึงบุญกุศล เข้าถึงความดี เข้าถึงแสงสว่างในบุญในธรรม
แผ่เมตตาพร้อมกันทั้งสามภพภูมิ สว่าง จิต กายพระสุทธิเทพยิ่งสว่างผ่องใส
จากนั้นกำหนดจิต น้อมกระแสจากพระนิพพานลงมาคลุมโลกใบนี้ทั้งหมด คลุมประเทศไทยทั้งหมด ขอกระแสบุญกุศล จงส่งผลให้ประเทศไทยผ่านพ้นภยันอันตรายภัยพิบัติ ภัยศึกสงคราม ภัยจากความข้าวยากหมากแพงอดอยาก ทุพภิกขภัยทั้งหลายจงคลายตัวจงสลายตัวไปในที่สุด ขอกระแสบุญกุศลจงส่งผลให้แผ่นดินไทยเจริญขึ้น งอกงามขึ้น รวมตัวขึ้น เป็นดินแดนสุวรรณภูมิ เป็นไทยมหารัฐ เป็นชาวศรีวิไลในที่สุด
ขอกระแสบุญกุศลน้อมรวมลงมาครอบคลุมส่งผลถึงเขตแห่งพระพุทธศาสนา ขอจงชำระล้างให้มีความสะอาดบริสุทธิ์หมดจด ขอพุทธบริษัทสี่จงมีความบริสุทธิ์หมดจดในธรรม ขอพระพุทธศาสนาจงมีความบริสุทธิ์ มีแต่ผู้ที่มีศีลมีธรรม คุณธรรมความดีปรารถนาดี ขอเหล่าอลัชชีทั้งหลายจงสลายตัวแพ้ภัยตัวเอง ขอผู้ที่ปลอมมาอยู่มาปนมาอาศัยกอบโกยผลประโยชน์จากพระพุทธศาสนา เป็นเหลือบลิ้นไรเป็นปลวกที่แทะทำลายพระพุทธศาสนา ขอจงแพ้ภัยตัวเองไปด้วยกฎของกรรมในที่สุด เหลือไว้แต่กระแสที่บริสุทธิ์ และขอให้กระแสแห่งพระนิพพาน กระแสแห่งพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อันไม่มีประมาณ ชำระล้างสลายอวิชชาคุณใสทั้งหลายออกไปจากรูปลักษณ์ออกไปจากวัตถุมงคลออกไปจากรูปจากยันตร์จากด้ายสายสิจญทั้งหลาย ขออวิชชาทั้งหลายจงสลายตัวไปด้วยกระแสแห่งพระธรรม ขออวิชชาคุณไสยทั้งหลายจงสลายตัวหมดสิ้นไป มีแต่กระแสเมตตา กระแสพุทธานุภาพ กระแสธรรมานุภาพ กระแสแห่งพระอริยสงฆ์ คือสังฆานุภาพอันบริสุทธิ์หมดจด ขอพระพุทธรูปทั้งหลายจงมีความศักดิ์สิทธิ์อัศจรรย์ พระธาตุเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐิธาตุ ขอจงเกิดความศักดิ์สิทธิ์อัศจรรย์ กำลังพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ คุ้มครองรักษา
จากนั้นให้เรากำหนดจิตน้อมนึกถึงพระเครื่องวัตถุมงคลผ้ายันต์ทั้งหลายที่เราบูชาอยู่ ที่เราครอบครองอยู่ ที่เราขึ้นคอบูชาอยู่ ขอกำลังแห่งพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อันไม่มีประมาท น้อมกระแสแห่งพระนิพพานเป็นกระแสบุญอันที่พระพุทธเจ้าพระธรรม พระอริยสงฆ์ท่านได้บำเพ็ญมาดีแล้วรวมเป็นแสงสว่างลงมาไปยังพระเครื่องวัตถุมงคลทั้งหลายพระยันต์ทั้งหลายที่เราบูชา ขอจงเกิดผลเกิดความศักดิ์สิทธิ์อัศจรรย์ตามคำที่หลวงพ่อท่านได้เมตตาสั่งสอนมาว่า พระเครื่องทั้งหลายจะมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างไรก็ไม่เท่าว่าพระพุทธองค์ทรงเสกให้ก็คือ พุทธาภิเษก ก็คือพระพุทธเจ้าเสกให้ ตอนนี้ขอกำลังพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระอรหันต์ทุกๆพระองค์บนพระนิพพาน เมตตาเอ็นดูข้าพเจ้าที่มีความเพียรในการปฏิบัติเจริญพระกรรมฐานมาตลอด ขอทุกท่านทุกๆพระองค์เมตตาพุทธาภิเษกซ้ำลงมากำกับกำลังลงมา กำลังแห่งพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ จากกระแสบนพระนิพพานจงมาประทับสถิตอยู่ในวัตถุมงคลที่ข้าพเจ้าทั้งหลายครอบครองบูชา เกิดพลานุภาพความศักดิ์สิทธิ์อัศจรรย์เต็มกำลังด้วยเทอญ
จากนั้นอธิษฐาน ขอให้วัตถุมงคลที่เรามีที่เราบูชาป้องกันภยันอันตรายทั้งหลาย กันศาตราวุธทั้งหลาย กันอาวุธนิวเคลียร์กันรังสีได้ทั้งหมด กันเชื้อโรคกันโรคระบาดโรคภัยไข้เจ็บได้ทั้งหมด ถึงพร้อมด้วยพุทธานุภาพอันเป็นมหาลาภ มหาลาโภพจงถึงพร้อมในความเป็นมหาอุจ คงกระพันชาตรีแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันอันตรายภัยพิบัติทั้งปวง ถึงพร้อมในกำลังแห่งเมตตามหานิยม เป็นที่รักเป็นที่เมตตาเป็นที่เอ็นดูของผู้คนของมนุษย์ของสัตว์ของเทวดาทั้งหลาย
จากนั้นก็ให้เราอธิษฐานเพิ่มตามแต่ที่เราตั้งจิตนึกถึงพระพุทธเจ้าไว้ กำหนดน้อมให้เห็นกระแสจากพระนิพพานเป็นลำแสงสว่างขนาดใหญ่คลุมพระเครื่อง คลุมวัตถุมงคล คลุมบ้านเรือน คลุมกายเนื้อคลุมกายเราทั้งหมด ให้เราปลอดภัย ให้เราแคล้วคลาด ให้เราผ่านอุปสรรคเข้าสู่ยุคชาววิไลกันได้ทุกคน
จากนั้นอธิษฐานจิตขอบารมีพุทธานุภาพ กระแสจากพระนิพพาน ครอบคลุมลงมาคลุมสถาบันพระมหากษัตริย์ กำลังบุญกำลังของพระพุทธองค์คลุมวัดวาอารามแล้วก็มาคลุมวังก็คือพระบรมหาราชวัง พระตำหนักทุกแห่ง ขอจงเกิดเป็นกำลังบารมีน้อมถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แด่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ แด่บุคคลทั้งหลายที่สร้างคุณูปการสร้างคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองด้วยความจริงใจทุกคนทุกรูปทุกนาม น้อมจิตให้เกิดกำลังบุญใหญ่คลุมไว้ ครอบคลุมไว้
จากนั้นกำหนด เมื่อเราสร้างคุณประโยชน์แล้ว แผ่เมตตาให้กับสังสารวัฏแล้ว อธิษฐานกำลังบุญกำลังกรรมฐานมาคุ้มครองชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์แล้ว เราก็กราบทุกท่านทุกๆพระองค์ กราบแทบเบื้องพระบาทของทุกท่านบนพระนิพพาน ด้วยความนอบน้อม ด้วยความเคารพ เมื่อกราบแล้วก็พุ่งจิตกลับลงมาบนโลกมนุษย์ น้อมกระแสแห่งพระนิพพานลงมาคลุมกายเนื้อ ชำระล้างธาตุธรรมฟอกธาตุขันธ์ ผมขนเล็บฟันหนังของข้าพเจ้าจงกลายเป็นแก้วเป็นเพชรประกายพรึก โครงกระดูกเส้นเอ็นทั่วร่างกายหลอดเลือดทั้งหลายจงกลายเป็นแก้วประกายพรึก ธาตุทั้งสี่ดินน้ำลมไฟ ธาตุทั้งหลายในขันธ์ห้าร่างกายนี้ จงกลายเป็นแก้วประกายพรึก อาการทั้งสามสิบ สองเซลล์ทุกเซลล์ กล้ามเนื้อทุกส่วน จงกลายเป็นแก้วประกายพรึก กระแสธรรมฟอกธาตุขันธ์ ชำระล้างสลายเซลล์ที่ผิดปกติ เซลล์เนื้องอกเซลล์มะเร็ง พยาธิสภาพโรคทั้งหลาย เชื้อทั้งหลายขอจงสลายออกไป คลายตัวออกไป ความเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบาย อาพาธที่ยังขึ้นในขันธ์ห้าจงสลายตัวออกไปจนหมด ขอกระแสจากพระนิพพานหลั่งไหลลงมาชำระล้างดวงจิตของข้าพเจ้า ชำระล้างวิบากอุปสรรคบาปเคราะห์ทั้งหลายจงค่อยๆคลายตัวบรรเทาเบาบางลงไป ด้วยกำลังแห่งบุญพระกรรมฐาน กำลังแห่งเมตตาฌาน กำลังแห่งเมตตาอันไม่มีประมาณ กำลังแห่งพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ ขอวิบากบาปเคราะห์ทั้งหลายจงคลายตัวไป สิ่งร้ายจงเปลี่ยนกลายเป็นดี สิ่งที่ติดขัดขอจงเปิดทางสะดวก ขอจงคล่องตัวทุกประการ บุญจงส่งผล บุญจงส่งผล บุญจงเป็นเกาะแก้วคุ้มครอง กรรมฐานจงมาเป็นเกราะแก้วคุ้มครอง เมตตาอันไม่มีประมาณจงมาเป็นเกราะแก้วคุ้มครอง พระพุทธองค์ทรงโปรด พระธรรมทรงโปรด พระอริยสงฆ์ทรงโปรด ขอพระรัตนตรัยจงมาเป็นกำแพงแก้ว จงมาเป็นเกราะแก้วคุ้มครองขอให้ชีวิตข้าพเจ้ามีแต่ความเจริญรุ่งเรือง มีแต่ความสุขสวัสดี เข้าสู่ซึ่งพระนิพพานได้โดยง่ายโดยเร็ว ตราบที่มีชีวิตก็ขอให้เข้าถึงซึ่งยุคชาววิไล
จากนั้นตั้งจิตว่าเราขอโมทนาบุญกับเพื่อนที่เจริญพระกรรมฐานร่วมกันในวันนี้ และก็ขอน้อมจิตยินดีกับบุญกุศลที่เกิดขึ้นทุกอย่างทุกประการที่เพื่อนของเราได้ไปกระทำบำเพ็ญมาทั้งหมด รวมถึงท่านที่มาฟังในภายหลังด้วย
จากนั้นหายใจเข้าช้าๆลึกๆสามครั้ง หายใจเข้าช้าลึกยาวพุทโธ ครั้งที่สองธัมโม ครั้งที่สามสังโฆ ถอนจิตช้าๆจากสมาธิด้วยจิตอันเป็นสุขและค่อยๆกำหนดใจของเราให้ผ่องใส กระแสความสว่างออร่าปรากฏขึ้นในจิต กายเนื้อกายทิพย์เป็นสุขอ
สำหรับวันนี้ก็ขอโมทนาบุญกับทุกคน ให้ทุกคนมีความสุขความเจริญจากบุญพระกรรมฐานที่เราปฏิบัติ
วันนี้ก็ขอแจ้งข่าวทั้งหมด 2-3เรื่อง
เรื่องแรกก็คือไฟล์เสียงจากงานเมตตาสมาธิครั้งที่ผ่านมา ที่สมาคมศิษย์เก่าจุฬาก็ได้ตัดเรียบร้อยแล้ว แล้วก็นำขึ้นในสื่อต่างๆคือ YouTube แล้วก็ Spotifyเรียบร้อย ซึ่งก็มีลิงก์สำหรับคนที่จะฟังจะฝึกตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนะนำ ถ้าเราฟังก่อนนอน เราฟังไฟล์เสียงในช่วงบ่ายเป็นช่วงที่มีการอัญเชิญ Singing Blow ด้วยจะเป็นประโยชน์มาก
ส่วนข้อต่อไปที่จะประชาสัมพันธ์ต่อก็คือวันอาทิตย์หน้าก็จะเป็นช่วงเวลาที่เป็นงานถวายมหาสังฆทานที่บ้านสายลมอีกครั้งหนึ่ง ก็เดี๋ยวเราก็ควรร่วมทำบุญจะมากน้อยตามกำลังที่เราทำได้ ทำไว้ครั้งนี้ก็ให้พยายามอธิษฐานจิตว่าขอให้บุญที่เราเจริญพระถวายมหาสังฆทานก็ดี ที่เราเจริญพระกรรมฐานที่เราสวดคาถาเงินล้านก็ดี ให้อานิสงส์นี้นำพาให้ชีวิตเราในภพชาติปัจจุบันผ่านพ้นจากอุปสรรคที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างสบายๆทุกคน ตรงนี้ค่อนข้างสำคัญ ขอให้เทวดาพรหมท่านมารักษา เราถวายมหาสังฆทานจนถือว่าเป็นนิจเป็นกิจวัตร ถวายมาเป็นปัจจัยรวมกันทั้งหมดก็เป็นเงินเป็นหลักล้านถวายก็เป็นหลายร้อยหรือหลักพันชุด ก็ขอให้บุญนี้ส่งผล
สำหรับสิ่งที่จะประชาสัมพันธ์ข้อสุดท้ายก็คือในเหตุการณ์ต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้นถ้าเป็นไปได้เราก็อย่าไปตื่นตระหนกแต่พยายามที่จะเริ่มเตรียมอาหารที่จะพออยู่ได้ อาหารน้ำดื่มที่จะพออยู่ได้สักประมาณ15 วันถึง 1 เดือนของแต่ละคน
ถ้าที่บ้านมีเครื่องกรองน้ำได้ก็ดี เตรียมแบตเตอรี่ PowerBankไว้บ้าง หาวิทยุถ่านสตไว้บ้าง ถ้าบ้านใครพอทำผักสวนครัวได้ก็เตรียมๆไว้บ้าง แต่ไม่ต้องตัดตื่นไม่ต้องตกใจมากเกินไป เตรียมไว้พอดีพอดี อันนี้ก็เตรียมไว้ก่อน เตือนไว้ก่อน เหตุการณ์ต่างๆก็น่าจะมีความวุ่นวายบ้างพอสมควร สิ่งสำคัญก็คือเมื่อไรที่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นก็อย่าออกไปจากบ้าน อยู่บ้านไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตามอยู่บ้านอย่างเดียวเป็นหลัก งานนี้คืออยู่บ้านปลอดภัย อันนี้ก็เตือนประมาณนี้ ถ้ามีความคืบหน้าอย่างอื่นก็จะแจ้งให้ทราบในกลุ่มLineหรือว่าFacebook
สำหรับวันนี้ก็ขอโมทนาบุญกับทุกคน พบกันใหม่สัปดาห์หน้า ขอให้เราทุกคนเจริญในธรรมยิ่งขึ้นไป ยิ่งมีความวุ่นวายมีเหตุการณ์ก็ยิ่งมีความเพียรในการปฏิบัติให้ยิ่งขึ้นไป
สำหรับวันนี้โมทนาบุญกับทุกคน สวัสดี
ถอดเสียงและเรียบเรียงโดย : วิลาวัลย์ วลีเดช




